ตอนแรกผม “โยนหินถามทาง” ไปใน Facebook ด้วยหัวข้อ “ประชาธิปไตย ต้องถ่วงน้ำหนัก” ปรากฎว่ามีคนมาคอมเม็นต์สองคน คือทีระพาบ (เป็นไปตามแผน) แล้วก็พี่บอย ในเชิงไม่เห็นด้วย
ผมไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ถ้าจะมีคนไม่เห็นด้วยมากมายกับเรื่องนี้ จริงๆแล้วเรื่องนี้ผมก็เคยถกเถียงกับเพื่อนๆด้วยกันมาบ้างก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าใครยังเข้าใจคำว่า “ถ่วงน้ำหนัก” ไม่ถูก ผมขอธิบายให้เห็นภาพคร่าวๆดังนี้
- คะแนน Vote ของกลุ่ม A คิดเป็นคนละ 10 คะแนน
- คะแนน Vote ของกลุ่ม B คิดเป็นคนละ 1 คะแนน
- คะแนน Vote ของกลุ่ม C ไม่คิดคะแนน
ประเด็นสำคัญคือ แล้วเราจะเอาหลักเกณฑ์ที่ไหนมาจัด “มนุษย์” ผู้มีสติปัญญาในการตรึกตรองตัดสินใจแต่ละคน มาอยู่ในกลุ่ม A B หรือ C ???
ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆพวกนี้ดู
- ถ่วงน้ำหนักตามการศึกษา - เรียนมาสูง น้ำหนักมากกว่า
- ถ่วงน้ำหนักตามอายุ อายุ - อายุมาก น้ำหนักมากกว่า
- ถ่วงน้ำหนักตามประวัติการช่วยเหลือสังคม - ยังไง ???
อย่าแปลกใจถ้าจะไม่เห็นด้วยกับอะไรข้างบนเลย เพราะว่ามันมีปัญหามากมายในการจะนิยามอะไรแต่ละอย่างออกมา -- การศึกษาไม่ได้บอกว่าการตัดสินใจของบุคคลนั้นจะดีกว่า (และไม่ bias) อายุก็เช่นเดียวกัน
ประชาธิปไตยในสังคมอินเทอร์เน็ต ที่ใช้งานอยู่
แนวคิดที่ว่านี้ ผมเห็นที่ StackOverflow.com ซึ่งมันเป็นกระดานถามตอบสำหรับพวกโปรแกรมเมอร์
จุดเด่นที่น่าสนใจสรุปเป็นข้อๆคือ
- สมาชิกใหม่ที่เข้าไป จะตั้งคำถาม และคำตอบได้เท่านั้น
- ทุกครั้งที่มีคน “โหวต” ให้ เจ้าของคำถามหรือคำตอบจะได้ “คะแนนความน่าเชื่อถือ” เพิ่ม
- สมาชิกที่มีคะแนนความน่าเชื่อถือเกิน N1 จะมีสิทธิ์ในการ “โหวต”
- ความน่าเชื่อถือเกิน N2 มีสิทธิ์ในการแก้ไขข้อความที่คนอื่นเขียน
- ความน่าเชื่อถือเกิน N3 สามารถ “แจ้งปิด” คำถามได้
- แจ้งปิดเกิน M1 คน คำถามจะปิดโดยอัตโนมัติ
- …
ผมว่ามันเป็น Model ที่วิเศษมาก เพราะมันสามารถป้องกันสังคมแห่งนี้จาก “สแปม” บนอินเทอร์เน็ตมากมายได้ รวมถึงคำตอบและคำถามดีๆ ก็จะได้รับการ “โหวต” จาก “สังคม” ให้มองเห็นและเข้าถึงได้โดยง่ายอยู่เสมอ
จริงๆแล้วหลักการประเภทโหวตนี่ก็มีใช้กันในเว็บในประเทศเหมือนกัน อย่างเช่นการโหวตความคิดเห็นใน manager, การสั่งปิดกระทู้ / ให้ gift ใน Pantip เป็นต้น
การถ่วงน้ำหนัก กับ ประชาธิปไตยในประเทศไทย
ระบอบประชาธิปไตยในอุดมคติ (abstraction) เหมือจะเป็นที่ที่ “ทุกคน” มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน และเคารพความคิดเห็นคนอื่น แต่การนำไปใช้จริง (implementation) ของระบอบนี้ ผมคิดว่ายังไงก็ “ต้อง” มีการถ่วงน้ำหนัก ตัวอย่างใกล้ๆในไทย มันก็มีการถ่วงน้ำหนักในตัวมันเองอยู่แล้ว
"มาตรา 105 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(1) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง และ
(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
"มาตรา 106 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คือ
(1) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(2) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
(4) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง"
สงสัยว่าในตอนเริ่มแรก ใครเป็นคนนิยามการ “ถ่วงน้ำหนัก” เหล่านี้ -- ทำไมต้องเป็นคนไทยมาอย่างน้อย 5 ปี -- ทำไมต้อง 18 ปี -- ถูกคุมขังแล้วทำไมถึงเลือกตั้งไม่ได้ – แล้วทำไมพระสงฆ์ต้อง Neutral …
จากที่ผมคุยกับเพื่อนๆ ผมรู้สึกว่า พอพูดเรื่อง “การถ่วงน้ำหนัก” ขึ้นมาทีนึง จุดโฟกัสเราจะพุ่งไปที่ “การไม่เคารพความคิดเห็นผู้อื่น” หรือ “ไม่เท่าเทียมกัน” “ดูถูกชาวนา” จริงๆแล้วเราน่าจะโฟกัสผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นด้วยว่ามันมีอะไรบ้าง -- การ ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง มันก็คือการ “สแปม” ประเทศไทยดีๆนี่เอง
ทิ้งคำถามไว้ให้คิดกันเล่นๆ แล้วถ้าจะตั้งเกณฑ์ให้การ “ถ่วง” เพิ่ม จะตั้งยังไงดี ???
ปล. หลังจากเขียนเสร็จ เพิ่งจะเอะใจ ไปหาคำแนวๆ “Weighted Vote Democracy” ปรากฎว่าเจอหน้านี้ Voting System อ่านคร่าวๆแล้วรู้สึกมีเรื่องน่าสนใจหลายอย่าง ไว้จะไปอ่านต่อ
ปล2. คนที่เค้าเรียนรัฐศาสตร์ หรืออะไรทำนองนี้มา จะมีวิธีอธิบายเรื่องพวกนี้ หรือเข้าใจปัญหาแนวนี้มากกว่ารึเปล่าหว่า
ปล3. ขอขอบคุณบลอกชื่อคล้ายๆกัน “ประชาธิปไตย ต้องเรียนรู้” – แต่ไม่ใช่ว่ะ มันต้องปรับปรุง
ปล4. ผมสนใจการเมืองน้อยมาก ถ้ามี View อะไรอยากเสริม ช่วยคอมเม็นต์มาด้วย :)
Tags: democracy, vote