Mar 1 2010

New Big Toy

Category: Lifem3rLinEz @ 12:08

พักหลังๆนี่เวลาแก๊นจะตัดสินใจซื้ออะไรซักอย่างที่มันมีราคา จะคิดแล้วคิดอีก อย่างน้อยก็ทิ้งเวลาไว้ตั้งแต่ 2 อาทิตย์ - หลายเดือน เพื่อจะดูว่าเราต้องการมันจริงๆรึเปล่า (ถ้าผ่านมานานแล้วก็ยังต้องการอยู่ก็แปลว่าโอเค ไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบหลังดูโฆษณา)

ของเล่นชิ้นล่าสุดที่เอาเข้าบ้านคือ LCD TV ของ LG รุ่น LH70 ขนาด 32 นิ้ว กระเป๋าแห้งไปอีกหลายเดือน อยากถ่ายรูปที่ห้องเก็บไว้เหมือนกัน แต่ห้องรกจัด แหะๆ ผมแนะนำว่าซื้อกับร้านข้างนอกถูกกว่าในห้างมากจนน่าตกใจเลยนะครับ สุดท้ายมันก็ประกันศูนย์ LG เหมือนกัน

LH70_LR (1)

ประโยชน์ใช้สอยหลักๆก็เอามาดูหนังนั่นแหละครับ คนแรกที่ทำให้อยากซื้อคือพี่ธี CP31 เนื่องจากผมเห็นเค้าตั้งชื่อใน WLM ในทำนองแฮปปี้กับ TV ใหม่มาก หลังจากนั้นผมจึงเกิดความอยากได้แล้วก็เริ่มมีความรู้เรื่องพวก High Definition (Hi-Def) ขึ้นมาเล็กน้อย สรุปให้ฟังคร่าวๆดังนี้

  • TV ที่มันเขียนว่า FullHD แปลว่ามันแสดงผลได้ที่ 1920 x 1080 pixel
  • ไฟล์วีดิโอที่ขนาดดังกล่าว เรียกสั้นๆว่า 1080p แต่จริงๆแล้วมันยังมีขนาดเล็กกว่านั้นคือ 720p อีก เรียกรวมๆกันว่า Hi-Def video ทั้งคู่
  • หนัง Hi-Def พวกนี้ไฟล์ใหญ่เอาเรื่อง เรื่องนึงมีขนาดได้ตั้งแต่ 8 – 12 GB สำหรับหนัง 2 ชม.ครึ่ง
  • พอร์ตที่ใช้ส่งข้อมูลจะกลายเป็น HDMI แทน ซึ่งขนส่งข้อมูลแบบ digitial ไม่ใช่ analog ดังนั้นสายจีนแดงอันละ 350 กับสายแพงๆอันละ 2000 – 3000 จะมีความสามารถในการส่งเท่ากัน ต่างกันแค่ที่ความคงทน แล้วก็เรื่องคุณภาพของหัวต่อนิดหน่อย (แต่ไม่ทำให้สีอิ่มขึ้น สวยขึ้น ชัดขึ้น แน่นอน) เคยมีดราม่าเรื่องนี้ด้วยนะเทอว์
  • พอร์ต HDMI จริงๆแล้วมันขนส่งข้อมูลที่เป็นสัญญาณภาพแบบเดียวกับ DVI (ที่เห็นใน Graphics card และจอ LCD ของคอมพิวเตอร์ทุกวันนี้) แต่จะมี digital audio เพิ่มมาด้วย สรุปคือ HDMI = DVI + digital audio
  • ดังนั้นมันจึงมีหัวแปลงจาก HDMI –> DVI (โดยที่เสียงจะหายไป) และ DVI –> HDMI ได้โดยไม่เสียคุณภาพของภาพแม้แต่น้อย
  • ดังนั้น ตามทฤษฎี การเอาหัวแปลง DVI –> HDMI มาต่อที่ Graphics card แล้วเอาสาย HDMI ต่อเข้า TV จะทำให้เสียงไปโผล่ที่ TV ไม่ได้ อีกทั้ง Graphics card มันก็ไม่ได้ออกแบบมาให้มีเสียงออกมาด้วยอยู่แล้ว
  • แต่ ในทางปฎิบัติ ทั้ง ATi และ Nvidia ก็ต่างมีวิธีของตัวเองทำให้เสียงมันออกมาด้วยได้ !! (ตึ๊ง) โดยที่ ATi ต้องใช้หัวแปลงที่แถมมากับกับการ์ดเท่านั้น ส่วน Nvidia ลองไปดูกันเอง ฮ่าๆ (ผมใช้ ATi รุ่นที่มันยังไม่แถมหัวแปลงมาให้ ปัจจุบันยังหาไม่ได้เลย ยังใช้ลำโพงของคอมพิวเตอร์อยู่ T_T)

หลายวันนี้จะมีช่วงนึงที่เงียบๆไป เพราะเห่อของเล่นใหม่อยู่ครับ ฮาาาา โดยรวมๆแล้วจุดที่ชอบก็มีตรงที่ดู XVid จาก USB Flash Drive + USB HDD ได้ (มีพอร์ต USB หลังเครื่อง) แล้วก็ TruMotion ที่เป็นเทคโนโลยีการแทรก frames เข้าไประหว่าง frames ทำให้ภาพมันลื่นไหลมากขึ้น และส่วนของ UI ทำออกมาดูสวยใช้งานง่ายดี

ส่วนจุดที่ผิดคาดนิดหน่อยคือเวลาเอาหนัง 1080p กับ 720p ไปเปิดแล้วดูที่ระยะประมาณ 3 เมตร ผมแทบจะสังเกตความแตกต่างไม่ออกเลย T_T แต่หลายคนก็บอกอ่ะนะ ว่าถ้าเป็น LCD TV ขนาด 32” ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อให้เป็น FullHD ก็ได้ เพราะมันสังเกตความต่างยาก

เอารูปตัวอย่างที่ printScrn มาให้ดูนิดหน่อย (ภาพเต็มขนาดที่ http://www.solidskill.net/FCKUploaded/Image/FullDistrict.png )เผื่อจะสามารถกระตุ้นต่อมอยากคนแถวนี้ได้ ฮ่าๆ

FullDistrict

ปล. มีแววอยากได้เครื่องเล่นเกมอีกแหงมๆ แต่เชื่อว่าคงไม่มีเวลาเล่นว่ะ T_T เส้าใจ (แล้วมีเวลาดูหนังได้ไงวะ !?)

Tags: , , ,

Aug 26 2009

ทำงาน 5 เดือนแรก

Category: Lifem3rLinEz @ 01:16

อ่ะแฮ่ม ความเดิมจากตอนที่แล้ว กรุณาอ่าน ทำงานสัปดาห์แรก และ ทำงานเดือนแรก

เป็น Support Consultant ทำอะไรบ้าง

ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนสุดๆครับว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง งานของผมคือการแก้ปัญหาและคำปรึกษาให้กับลูกค้าของรอยเตอร์ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่ง จริงๆไอ่ผลิตภัณฑ์ที่ว่าจริงๆแล้วมันเป็น API สำหรับรับและส่งข้อมูลการเงินแบบเช่นพวกราคาหุ้น อะไรทำนองนั้น เราเรียกคำร้องขอของลูกค้าที่ส่งเข้ามาว่า Service Request หรือ SR โดยที่ SR ที่ว่าก็จะถูกกระจายให้กับ Consultant แต่ละคนทั่วถึงกัน จากที่เห็นมา SR ก็มีทั้งแบบง่ายๆ เช่นขอให้สอนวิธีใช้โปรแกรมตัวอย่าง หรือกระทั่งปัญหาที่เกิดบ้างไม่เกิดบ้างบน production (ถ้าเจอ SR แบบนี้กับตัวจะทำยังไงหว่า - -‘’) การโต้ตอบของทีมที่ผมอยู่จะทำผ่าน E-mail เท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้วก็มีทีมอื่นอีกเหมือนกันที่ให้บริการแบบ On-site ราคาก็คงต่างกันล่ะมั้ง also …)

งานที่ทำส่วนใหญ่ก็จะเป็นการไล่โค้ด C++ ที่ใหญ่มากของ product ที่ลูกค้าไม่เห็น (text files ใหญ่รวมกันแค่ประมาณครึ่งร้อยเมกเอง :P) การขอข้อมูลจากทีมอื่นเพื่อเอามาประกอบการแก้ไขปัญหาและการโต้ตอบลูกค้า การพยายามสร้างปัญหาแบบเดียวกับที่ลูกค้าเจอให้เกิดที่ site ของเรา หรือเรียกว่าการ Reproduce ซึ่งเท่าที่เห็นหลายครั้งมันก็ยาก และก็การพยายามหาสาเหตุของปัญหาให้เจอ หรือที่เรียกว่า Root Cause

CustomerZone

ได้ทำอะไรใหม่ๆบ้าง

สิ่งที่รู้สึกว่าใหม่ที่สุดกับตัวเองด้าน Technical คงเป็นเรื่อง Unix เพราะว่า product มันรันบนพวก Linux/Unix ด้วย ยิ่งช่วงหลังๆที่ได้ทำ SR Exercise ซึ่งเป็นการจำลอง SR พวกพี่เค้าก็เอาเคสที่ปัญหาเกิดเฉพาะบน Unix มาให้ทำ  ก็เลยต้องใช้ Unix

ตอนเข้ามาทำงานทีมนี้ก็จะได้เครื่องที่เป็น Solaris/SPARC ไว้ใช้แต่มันจะตั้งอยู่ในห้อง server ต้อง remote เข้าไป วันๆมาทำงานมีจอสองจอก็เลย Dedicate จออันนึงให้กับ PuTTy ไปเลย แล้วก็มี VIM  ซึ่งถือได้เลยว่าเป็นโปรแกรมที่ถ้าขาดไปผมคงทำอะไรบน Unix ไม่ได้สะดวกโยธินเท่าทุกวันนี้ T-T (ซาบซึ้งมาก)

ลูกค้าส่วนใหญ่ของทีมที่ผมทำอยู่ก็เป็น Developers ในสถาบันการเงินทั่วโลก และก็โต้ตอบกันผ่านทาง E-mail เท่านั้น ตอนรอยเตอร์มารับสมัครมีเพื่อนผมหลายๆคนสมัครตำแหน่งนี้ ตอนนั้นยังพวกเราก็ยังเป็นเด็กน้อย~ คงคิดว่าจะได้ติดต่อลูกค้า พาไปเลี้ยงข้าว ตีกอล์ฟ อะไรแบบนี้ - -‘’ 555+

ส่วนเรื่องสังคมที่นี่ก็แฮปปี้ดีครับ มีของกินไม่ขาดสายที่โต๊ะกลาง เฮฮาทุกเที่ยงวัน ไม่ค่อยได้เจอเพื่อนจุฬาเท่าไหร่เพราะทำงานกันคนละชั้น รู้สึกโชคดีมากที่เข้ามาแล้วไม่ค่อยได้กลิ่นเรื่องการเมืองในบริษัท ทำให้ทำงานมีความสุขดีครับ ไม่ต้องแคร์อะไรใครมาก ผมมีความเชื่อที่ไม่เคยพิสูจน์ว่า “การเมืองในบริษัท แปรผกผันกับจำนวนโค้ดที่คนในบริษัทเขียน” เอ้า… ไม่เชื่อลองไปสำรวจดูดิวะ!

ความจริงอีกอย่างที่ค้นพบ และ (สำหรับผม) น่าตกใจ คือมีคนอีกจำนวนมากที่เป็น “มหาเทพ” ด้าน technical แต่ไม่เคยปรากฎตัวออนไลน์! ผมคิดไปเองมาตลอดว่าคนเก่งๆในไทยอย่างน้อยก็น่าจะเคยปรากฎตัวใน community บ้าง แต่จริงๆมันไม่ใช่ครับ มีกลุ่มคนดังกล่าวเยอะมาก

IMG_2276

ความสัมพันธ์ของ Support QA และ Developer

งานในรอยเตอร์ที่ไม่ใช่ Management มักจะจัดอยู่ใน 3 สปีชีส์นี้ได้เสมอครับ โดยปกติ Dev และ QA จะทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ดังนี้

  • Dev เขียนโค้ด QA เทสต์
  • Dev แก้โค้ด QA เทสต์

เวลา Support รับ SR เข้ามา บางครั้งก็จะพบ Bug ในตัว product ก็จะส่งเข้าไปให้ Dev พิจารณาว่าจะแก้หรือไม่แก้ หรือบางครั้งก็เป็นการขอ Feature ใหม่ๆจากลูกค้า ก็ส่งให้ Dev พิจารณาอีกเหมือนกัน หลังจาก Dev จัดการเสร็จก็ส่งให้ QA ดูต่อตามสเตปเดิม

เค้าว่ากันว่าหน้าที่ของ Support คือปกป้อง Dev จากความวุ่นวายและความไม่เที่ยงตรงของโลกภายนอก (ลูกค้านั่นแหละ :P) ทำให้ Dev ได้มีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่กำลังพัฒนาอย่างเต็มที่ เท่าที่เห็นมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆนะครับ เวลาส่งพวกรายงาน Bug ไปอันนึงนี่ เขียนขั้นละเอียดขนาดอ่านจบรอบนึงก็แก้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปไล่โค้ดเองอีกแล้ว

มนุษย์เงินเดือน

หลังจากมีเงินเดือนเป็นของตัวเองป๊าม๊าไม่เลี้ยงแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ ประเด็นสำคัญ (ในระยะสั้น) ก็คงมีเรื่องของการเอาเงินไปลงทุน แล้วก็เรื่องภาษีล่ะมั้งครับ ข้อดีอีกอย่างของการทำที่นี่คือทำให้ตื่นตัวเรื่องการเงินมาก เพราะข้อมูลมันไหลอยู่ตลอดเวลา งานที่ทำก็เรื่องการเงิน ตอนนี้ส่วนตัวก็ศึกษาเรื่องการลงทุนอยู่บ้าง รู้สึกว่าเป็นเรื่องหนีไม่พ้นที่ซักวันนึงต้องเจอครับ ตอนนี้ก็เปิดพอร์ตกับ KIM ENG เรียบร้อยแล้ว (หลังจากขี้เกียดอยู่นาน) อยากให้เพื่อนๆมาเป็นแมงเม… เอ้ย! มาศึกษาเรื่องการลงทุนด้วยกันเยอะๆครับ จะได้คุยกันได้ :)

SET

ชีวิตช่วงนี้

ช่วงนี้ก็พยายามลดน้ำหนัก (อีกแล้ว) แต่ครั้งนี้รู้สึกมีหวังมากกว่าครั้งอื่นๆครับ โดยมีหลักการดังนี้

  • กินสุกี้แห้งทะเล ตอนเที่ยง ทุกวัน (กินมาเดือนกว่าแล้ว เริ่มเบื่อ)
  • วัน จ. – ศ. ไม่กินข้าวเย็น เสาอาทิตย์ ตามสบาย
  • เต้นแอโรบิคเวลา 9:30 วัน จ. – ศ. (ทำมาได้ไม่นาน แต่เริ่มเบื่อหน้าครูสอนเต้นในวีดิโอแล้ว อยากหามาเพิ่ม)

ก่อนหน้านี้มักจะไปวิ่งออกกำลังกายที่สนามกีฬา (แห่งชาติ) แต่หลังๆรู้สึก overhead มันเยอะดังต่อไปนี้ ก็เลยเลิกไปแล้ว

  • ทำให้ iPod มีแบตก่อน และมีเพลงใหม่ที่ยังไม่เบื่อ
  • ใส่ถุงเท้า กางเกงวิ่ง รองเท้าวิ่ง เสื้อ
  • เดินออกไปที่สนามกีฬา (รวมไปกลับประมาณ 15 - 20 นาที)
  • วิ่ง (ประมาณ 20 – 30 นาที : เวลาต่ำสุดเพื่อให้เริ่ม Fat burn)

นอกนั้นก็ไม่ได้ทำไรมากมายครับ เล่น Street Fighter 4 บางวันอยากอ่านหนังสือก็อ่านบ้าง ศึกษาเรื่องการลงทุน (อย่างช้าๆ T-T แรงผลักดันมันต่ำน่ะ)

เรื่องน่าหงุดหงิดช่วงนี้ก็เป็นเรื่อง ADSL ของ TOT แต่ว่าตั้งแต่ได้บ่นกับพนักงานดูเหมือนอาการจะหายเป็นปลิดทิ้งไปเลย แต่ก็ไปขอให้ TRUE มาติดตั้งแล้วเหมือนกัน บ้านผมก็ไม่ได้อยู่นอกเมืองเลยนะครับแต่ TRUE ดันบอกว่าไม่แน่ใจว่าจะลากสายไปได้รึเปล่าอีก เลยต้องรอให้ช่างมา Survey ก่อนอีก

FatBurn

ปล. วันนี้โครตตั้งใจเขียนเลย อย่างที่เห็น

ปล2. ทำไมวันนี้เขียนได้ “ชีวิต” ขนาดนี้ T-T ไม่มีโค้ดซักบรรทัดเดียว

ปล3. อยากอ่านเรื่องทำนองเดียวกันจากเพื่อนๆนะครับ :)

Tags: , , , ,

Aug 16 2009

In the Press

Category: Lifem3rLinEz @ 06:20

http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000091066

PowerNerdBoys 

พาดหัวข่าวต่างประเทศหลายเหตุการณ์ที่แสดงถึงการถูกจารกรรมความลับ และข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ‘จีน’ แฮกระบบคอมพิวเตอร์ ‘เพนตากอน ‘ ‘เว็บไซต์กว่า 20 แห่งของเกาหลีใต้และสหรัฐถูกโสมแดงป่วน’ , รวบหนุ่มมาเลย์แฮกบัตรเครดิตทั่วโลก 5 พันล. ซึ่งล้วนแต่สร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างร้ายแรง เนื่องจากเป้าหมายที่มุ่งโจมตี คือ ความมั่นคงปลอดภัยระดับชาติ การฉวยประโยชน์จากความได้เปรียบทางเทคโนโลยี อาศัยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ บัตรเครดิตเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่มักจะถูกแฮกบ่อยครั้ง เพราะเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินมหาศาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งอุดช่องโหว่ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากสามารถป้องกันภัยร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนที่จะถูกรุกราน (อีกครั้ง)

       โครงการ ‘Network Security Contest’ จึงเกิดขึ้นเพื่อมุ่งปลูกฝังให้เยาวชนเรียนรู้ เท่าทันภัยคุกคาม และสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการปกป้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
       ไพบูลย์ ชีวินศิริวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะ คอมมูนิเคชั่น โซลูชั่น จำกัด (TCS) ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งโครงการฯ เปิดเผยว่า เริ่มจากการนำนิสิต นักศึกษาที่สนใจเรื่อง Network Security จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศมาเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้ ถูกต้องเหมาะสม ขณะเดียวกันก็ปลูกฝังการทำงานร่วมกันเป็นทีมในการค้นหาจุดอ่อนของระบบเครือ ข่ายและร่วมกันค้นหาวิธีป้องกันการแฮกระบบ โดยฝึกฝนผ่านรูปแบบของข้อสอบ และการปฏิบัติในระบบจำลอง
       โดยความร่วมมือของผู้ใหญ่ใจดี 2 ฝ่าย ทั้ง TCS และสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ควงแขนกระชับแน่นจัด Network Security Contest อย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี เชื่อมั่นว่า นิสิตนักศึกษาเหล่านี้คือ พลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โครงการดังกล่าวจะช่วยจุดประกายให้สังคมไทยพัฒนาความรู้ความสามารถด้านความ มั่นคงปลอดภัย ท่าม กลางความรุนแรงของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทวีคูณขึ้น แม้จะไม่มีสาขาวิชาด้านระบบเครือข่าย (Network) และระบบรักษาความปลอดภัย (Security) โดยตรง แต่ศักยภาพด้าน Network Security ที่แฝงอยู่ในตัวเยาวชนเหล่านี้ไม่ได้เป็นรองความสามารถด้านอื่นเลย เพียงแต่ขาดโอกาสในการฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกเหนือ จากตำราเรียน
       พุทธิกร วรวุฒิวัฒน์ , สุพรรณ ฟ้ายง และ ณัฐวุฒิ กุลนิรันดร สามหนุ่มเดอะวินเนอร์รุ่นล่าสุด จากทีม SecueByte จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยเคล็ดลับความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้อยู่ที่ การเตรียมตัวที่ดี โดยการขอคำปรึกษาจากอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัย การสอบถามจากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เข้าร่วมการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว การค้นคว้าหาข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ (Tools) มาใช้ประโยชน์ จากเว็บ ศึกษาข้อกฎหมายจากพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตลอดจนการทำแล็บจำลองสถานการณ์จริง
“ทุก วันนี้ เรามีมือถือ มี Google เราอยากได้ข้อมูลอะไรเมื่อไหร่ เราก็โทร เราก็ Search หา แต่ว่าการแข่งขันในครั้งนี้ เราต้องอยู่ในสภาพออฟไลน์ตลอดเวลา ไม่สามารถหาข้อมูลได้ ทำให้เราได้รู้ว่าการเตรียมตัวที่ดีนั้นจริงๆ แล้วมันต้องเตรียมอะไรมาบ้าง เพราะว่าเมื่อเราเข้าห้องสอบแล้วเราก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว”
       ทีม SecueByte ยังสะท้อนความคิดเห็นในตอนท้ายว่า “ ภายในมหาวิทยาลัยมีการเรียนการสอนวิชา Secure Network เหมือนกัน แต่ว่าไม่มีแล็บ ซึ่งผมอยากให้มี เพื่อให้นิสิตทุกคนได้ศึกษา ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะทำให้เข้าใจได้ว่าชื่อย่อต่างๆในอินเตอร์เน็ตจริงๆ แล้วคืออะไร ”
       ผศ.วิชาญ เลิศวิภาตระกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา(Uninet) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้ในภาคปฏิบัติว่า การที่เด็กได้มีโอกาสศึกษาหลักสูตร Network ในภาคปฏิบัติ สามารถส่งเสริมภาคทฤษฎีและช่วยให้นิสิตนักศึกษาทุกคนรู้ในเรื่องการเรียนมาก ขึ้น ซึ่งโครงการ Network Security Contest เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของหลักสูตร Network อย่างหนึ่งไปแล้วด้วยรูปแบบของเนื้อหาเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยมีหน่วยงานไหน จัดงานในลักษณะนี้มาก่อน
       ภัยคุกคามจากการแทรกซึมและทำลายทางคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยช่องว่างของระบบรักษาความปลอดภัยยังคงเกิดขึ้นได้เสมอ TCS จึงตอกย้ำบทบาทการเป็นตัวกลางคอยกระตุ้นและจุดประกายให้หน่วยงานการ ศึกษาต่างๆ พัฒนาความสามารถของนิสิตนักศึกษาในด้านเน็ตเวิร์ก และซีเคียวริตี โครงการ ‘Network Security Contest 2009’ ปีที่ 4 กำลังจะเปิดฉากขึ้นครั้งนี้ เพื่อเป็นการกระจายโอกาสให้กับนิสิต นักศึกษา ทุกสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศอย่างทั่วถึง ได้จัดให้มีศูนย์สอบอยู่ 5 ศูนย์ ทั่วประเทศ โดยผู้สมัครสามารถเลือกศูนย์สอบได้ภาคเหนือ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , ภาคใต้  ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่, ภาคตะวันออก  ที่มหาวิทยาลัยบูรพา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่   มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคกลางที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ใคร ที่สนใจ เตรียมลับสมองมาประลองการสร้างกำแพงให้หนาแน่น พร้อมรวบรวมสมาชิกให้ครบทีมละ 3 คน ไม่จำกัดคณะและภาควิชา สมัครมาได้ที่แผนกการตลาด บริษัท เดอะ คอมมูนิเคชั่น โซลูชั่น จำกัด หรือ Email: TCSMKT@g-able.com ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 ตุลาคม 2552 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2685-9436,9437

Company Relate Link :
TCS
สกอ.

ปลื้มมม ดีใจ ปกติไปแข่งพวกนี้บ่อย เคยมีข่าวบ้าง แต่ไม่เคยมีอันไหน address ชื่อตรงๆ ขอเซฟเก็บไว้หน่อย TvT

Tags: , , ,

Jul 14 2009

รับปริญญา

Category: Lifem3rLinEz @ 00:41

GantGoHard

เลือกรูปไม่ได้ ทำอันใหม่ดีกว่า ขอเป็นเด็กเลวหนึ่งวัน ฮ่าๆ (จริงๆเป็นอยู่แล้วทุกวัน :)) ดูมันเหมือนทำโฟโต้ชอปมั่วๆ แต่จริงๆแล้ว … มันก็มั่วนั่นแหละครับ :D (แรงบันดาลใจ: Street Fighter 4)

เหตุการณ์วันจริงก็ไม่มีอะไรมากมาย หลังจากรับพระราชทานปริญญาบัตรเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาถวายบังคมที่ลานหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล แล้วก็เริ่มกิจกรรมถ่ายรูป ..

ในวันนั้นก็นัดญาติๆมาถ่ายรูปด้วยกันมากมายครับ แต่ได้ถ่ายจริงๆแค่ไม่ถึง 1 ชม. ที่เสียดายและรู้สึกผิดคือไม่ค่อยมีรูปครอบครัว 4 คนเลย (ป๊า ม๊า แก๊น ฟง) - -‘ วันนั้นก็มัวแต่วิ่งถ่ายรูปไปทั่ว ให้ความใส่ใจกับทุกคนไม่ถูก คิดว่าหลายคนคงเป็นอาการเดียวกัน

ประมาณ 1:30 PM นัดถ่ายรูปรวมใต้ตึก 4 ก็ได้ถ่ายรูปกับเพื่อนในภาควิชาหลายคน แล้วก็อาจารย์หลายท่านด้วยครับ

ตกเย็นกลับบ้าน ประมาณ 5 โมงฝนก็เริ่มตกหนักเลย

เดินทางถึงบ้าน ถอดชุดครุย ก็ถือว่าจบภารกิจของการเป็นนิสิตวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 4 ปี ในจุฬา โดยสมบูรณ์

ขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องครับ :)

Tags:

Jul 8 2009

Street Fighter IV สำหรับ PC

Category: Lifem3rLinEz @ 23:24

ลองโหลดมาครับ ด้วยความที่เห็นว่ากราฟิกในตัวอย่างมันก็อลังการพอควร ไม่คิดว่าเครื่องที่แรงกลางๆจะเล่นได้ (เครื่องผมเป็น C2D 2.4GHz RAM 2 GB การ์ดจอ ATi 2600 HD)

ปรากฎว่าลอง install แล้วเล่นดู เล่นได้โคดลื่นเลยครับ! อ่อ ลืมบอกว่าผมมีจอย XBox 360 ที่เป็น USB ด้วย ต่อกับคอมได้ พอได้เอามาใช้กับเกมนี้อีกเกมก็รู้สึกค่อนข้างคุ้มค่าจอยครับ :P

Untitled

Untitled2

ผมชอบเล่นเกม Fighting มากครับ เล่นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย (เอ๋) เกมโปรดก็ต้อง Tekken เลย เล่นมาตั้งแต่ภาค 2 บน PS1 จนมาถึงภาค 5 และยังหาโอกาสเล่นภาค 6 ซึ่งคงจะออกให้ XBox 360 เร็วๆนี้ … ไม่มีเครื่องว่ะ TvT

ผมไม่ค่อยปลื้มเกมแนว Street Fighter หรือพวกที่เป็น Fighting แบบ 2D (King of Fighters) และพวกเกมต่อสู้ที่มี Gauge พลัง เท่าไหร่ ยิ่งพวกตระกูล Marvel VS Capcom VS Blah blah .. นี่ผมไม่ชอบมาก เหตุผลส่วนใหญ่คือมันไม่ค่อย Realistic ครับ เช่นการเรียกหุ่นยนต์ออกมาช่วย ยิง Laser Beam อันเบ้อเริ่ม หรือเอาอาวุธ third party เช่น ปืน ระเบิด มาช่วย อะไรทำนองนี้ ผมชอบเกมแนวสมจริงสมจัง แบบที่เอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงมาปะทะกันมากกว่า เกมพวก Tekken, Virtual Fighter, Dead or Alive พวกนี้เป็นตัวเลือกที่เพอเฟ็คมาก : ))

เกม Street Fighter ก็จัดอยู่ในประเภทที่ผมไม่ชอบ สิ่งที่ผมพบในเกมภาคนี้คือ

  • ท่า ของตัวละครแต่ละตัว มีน้อยมาก อย่างมากแค่ประมาณ 12 ท่า เทียบกับ Tekken ที่อาจจะมีถึง 60 ท่า (ไม่ได้ท่องคอมมานด์เลย ไม่สะใจ)
  • ระบบการเล่นยากมาก โดยเฉพาะเรื่อง Focus Cancel ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้สามารถเปลี่ยนท่าแบบ “กระทันหัน” ได้ (เช่น กำลังใช้ท่านึงอยู่ ยังไม่จบท่าเลย ก็เปลี่ยนไปใช้ท่าอื่นต่อได้แล้ว) เพิ่มจำนวนของคอมโบที่สามารถทำได้ให้เยอะขึ้นมาก
  • จอย XBox มันไม่เห็นเหมาะกับเล่น Fighting เลยอ่ะ
  • เฮ้ย! มันเล่นออนไลน์ได้!

สรุปแล้ว … ไม่ค่อยประทับใจ เพราะเล่นยาก ทำ focus cancel ไม่ถนัด 555+

ได้ข่าวว่าจะมีแผ่นแท้มาขายราคาประมาณ 600 บาท เล่นออนไลน์ได้ สนใจลองหาดูนะครับ

ตบท้ายด้วยวิดิโอสอน focus cancel

Tags:

Jul 4 2009

ซ้อมรับปริญญา

Category: Lifem3rLinEz @ 01:27

Rehearsal

ผมชอบรูปด้านบนนะครับ โดยยังไม่ได้ขอความเห็นอะไรจากใคร :P

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย. 52 ที่ผ่านมาก็ไปงานซ้อมรับปริญญาใหญ่มาครับ ก็เลยแต่งตัวเหมือนในรูป

คืนก่อนหน้าวันซ้อม ผมเกิดอาการประสาทนิดหน่อย ผมรู้สึกเสียใจกับการใช้ชีวิตเป็นเด็กต่างจังหวัดขึ้นมาเรียนที่กรุงเทพฯนิดหน่อย ตรงที่วันรุ่งขึ้นผมต้องใส่ชุดครุย เดินทางไปคนเดียว ซ้อมรับ ถ่ายรูป ขากลับก็กลับบ้านคนเดียว .. มันดูเหงาๆไงไม่รู้อ่ะครับ ดูไม่เห็นจะเหมือนเทศกาลแสดงความยินดีตรงไหนเลย –..- ก็เลยโทรไปคุยกับ ปันปัน ซึ่งน่าจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ปรากฎว่า ปันชวนให้นั่ง Taxi ไปด้วยกันครับ เย่!

หลังจากเดินทางมาถึงผมก็พบว่า ขนาดคนที่มีครอบครัวอยู่ใน กทม. มันก็ยังมากันคนเดียวเลย –..-‘ (it’s Opal, specifically) ก็เลยรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย

เข้าหอประชุม ก็ซ้อมรับตามปกติ ผมลืมโค้งคำนับไปสองสามครั้ง อาจจะเพราะทั้งตื่นเต้น และใจลอย อาจารย์อรรถสิทธิ์เป็นคนแจกปริญญาบัตรเทียมให้ครับ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ อาจารย์คงเมื่อยมือมาก –..-

ประมาณ 11:20 ก็ได้รับการติดต่อจากพี่โบว์ ช่างกล้อง ว่ามาถึงแล้ว แล้วก็ไปถ่ายรูปรวม รูปเดี่ยว ผ่านขั้นตอนบ้าบอที่ทำให้ร้อนตับแตกมากมาย TvT

ระหว่างนั้นก็มีคนโทรเข้ามาเรื่อยๆ โทรเข้ามาถี่ประมาณ 1/3 ของ โทรศัพท์โรคจิต ที่เล่าไปวันก่อน เลยครับ เพื่อนๆที่นัดไว้ก็โทรเข้ามาตลอดวัน สรุปแล้วทั้งวันก็เจอเพื่อนเก่าหลายคน: มิ้ม กิ๊ก น้องแอม ขวดโหล เฟิร์ส กิ๊พช่า มีมี่ ซิ่ว ชาทิต พี่ตุน พี่โอ้ต พี่วา พี่อ้อ พี่เอ้ โย พี่น้อต โบไมโครซอฟต์ ปรากาน ต้น พลัม อร แพท ก.น. และอีกมากมาย เพื่อนๆมีของติดมือมาให้

สรุปอีเวนท์สำคัญก็มี ..

  • น้องแอมช่วยถือของให้ทั้งวันเลย พี่สงสารหนูมากเลย TvT ไว้จะพาไปเลี้ยงข้าว เด๋วชวน จ๊อบ ทีระพาบ ด้วย ตกเย็นแอมก็เริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อครับ ฝนจะตกแล้วก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน ซาบซึ้ง TvT ขอบคุณอีกรอบ
  • เจอเพื่อน 125 ทั้งก๊วนเลยครับ วิดวะ 125 ที่จบรุ่นเดียวกันก็มี เป๋าที่ 1 จิ บอส โอ๊ะ โอม เฮา วุด แก๊น (ตกใครป่าวหว่า o__o) มากันเยอะมากจนตกใจ
  • พี่ๆ RDC มี พี่โอ้ต พี่ตุน พี่เอ้ พี่วา พี่อ้อ ครับ ยังมีของกำนัลมาให้ด้วย อยากจะร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง T_T ได้รับซองใส่โน้ตบุ๊คมาหนึ่งอัน กับดอกไม้หนึ่งช่อครับ เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกของวัน ดีใจมาก  ^ ^ ขอบคุณครับ
  • เพื่อนๆ IBM SD เจอ กิ๊พ ริน ท็อป ซิ่ว แต่ไม่เจอพร้อมกันแฮะ
  • ถ่ายรูปกับเพื่อนๆที่โทรเข้ามา ก็ต้องนัดกันครับว่าจะให้ไปเจอที่ไหน บางทีเข้ามาพร้อมกันสามคนก็ไม่รู้จะไปที่ไหนก่อนดี หลายครั้งก็ต้องขอให้เพื่อนๆเดินมาหา ไกลแสนไกล แต่ก็เดินกันมา ขอบคุณนะคร้าบบบ : )
  • ถ่ายรูปกับเพื่อนในภาค ส่วนใหญ่จะเดินเจอ ถ่ายแชะ แล้วก็แยกเลยครับ บางคนไม่ยอมถ่ายด้วย บอกว่ากุไม่ไหวแล้วว่ะ ขอวันพฤหัสค่อยถ่ายละกัน - -‘’ (ไอไปรท์)

ตกเย็นก็ถ่ายรูปกับแจน แล้วกลับบ้านคนเดียว หิวของกลับคนเดียว ด้วยชุดครุย และความเหนื่อยล้าครับ –..-‘ ผมก็แฮปปี้ตอนถ่ายรูปและเจอเพื่อนเก่ามากมายนะ แต่ขากลับก็แอบเศร้าๆนิดๆน่ะ

ถึงบ้านก็สลบคาที่

วันจริงนัดญาติๆไว้ซะเป็นส่วนใหญ่ + จะได้ถ่ายกับเพื่อนๆในภาค ไว้จะมาเล่าอีกรอบครับ : )

Tags: ,

Jun 25 2009

จัดการโทรศัพท์โรคจิต

Category: Lifem3rLinEz @ 23:25

วันก่อนระหว่างผมเดินห้างอยู่กับเพื่อนสาวก็มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆโทรเข้ามาครับ โทรแล้วก็ไม่พูด เงียบ … สอบถามเจ้าของโทรศัพท์แล้วได้ความว่ามีเบอร์ทำนองนี้โทรมาอยู่เนืองๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเบอร์เดียวกันรึเปล่า ผมเลยเอาเบอร์เครื่องตัวเองโทรกลับไป แล้วเงียบบ้าง :P

ผลปรากฎว่าได้ยินเสียงเป็นผู้ชาย ก็ปกติดีนะครับ ไม่ได้ดูเป็นเสียงคนชั่วอะไร (ฮ่าๆ อย่าตัดสินคนจากเสียง) แล้วก็ได้ยินเสียง background เหมือนอยู่ในห้อง เปิดทีวีด้วย ผมก็เลยกดวางไป คิดว่าคงไม่มีอะไรมั้ง .. หลังจากนั้นผมก็ขอตัวเข้าห้องน้ำไปอึ …

ขณะอึอย่างสบายใจ … ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา … เอ่า ตายล่ะ! เบอร์นั้นโทรกลับเข้ามา 3 missed call (ผมเปิดสั่นไว้ แล้วถอดกางเกงอึ ก็เลยไม่รู้สึก) ซักครู่นึงก็โทรกลับเข้ามาอีก คราวนี้ผมเลยรับสายแล้วพูดตามปกติ ก็กลายเป็นว่าฝั่งโน้นเงียบแทน แล้ววางสายไป

ผมเลยนั่งเบ่งต่อ …

ผ่านไปครู่เดียว มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา ผมก็รับสาย .. ฝั่งโน้นเงียบ แล้ววาง … แล้วก็มีเบอร์แปลกๆที่ไม่ซ้ำกันเลยโทรมาอีกนับสิบๆๆๆๆสาย … ทั้งเป็นสายซ้อนบ้าบออะไร โทรเข้ามาเรื่อยๆ โดยเบอร์แทบจะไม่ซ้ำกันเลย !

ในเบื้องต้นผมสันนิษฐานว่า …

  1. Office โรคจิตของมันคงมีเบอร์ให้ใช้หลายเบอร์  เลยคิดจะใช้เบอร์หลายเบอร์พวกนั้นโทรกลับมาก่อกวน … ไปๆมาๆเบอร์มันมากเกินไปแล้วว่ะ = =’’ คงไม่ใช่
  2. มันพยายามใช้เบอร์มากมายโทรเข้ามาที่เบอร์ผม เพื่อให้ผมไปมีส่วนในเครือข่ายการติดต่ออะไรบางอย่าง หรือเพื่อให้เวลารัฐบาลเอา log การโทรหากันของกลุ่มพวกมันมาวิเคราะห์ดูแล้ว ไม่สามารถระบุได้ว่าใครอยู่ในเครือข่ายจริงๆของมันบ้าง … =..=’ อันนีผมดูหนัง + อ่านโคนันมากไป

คนที่โทรเข้ามารายต่างๆมีอาการดังต่อไปนี้

  1. โทรเข้ามาแล้วก็เงียบ ฟังเสียงผม แล้วก็วาง
  2. โทรเข้ามาแล้วก็เงียบ พูดว่าขอสายคุณ xxxx เร็วๆ พอบอกว่าไม่มี ก็วางทันที
  3. โทรเข้ามา แล้วขอสายคุณ xxxx พอบอกว่าไม่มีก็เหมือนจะพยายามตื้ออีกนิดนึง แล้วก็วาง

เรื่องนี้ทำผมหัวเสียไปทั้งบ่าย จนเบอร์หลังๆที่โทรมาผมเริ่มเดือดจนชักจะไม่ไหว ก็เลยด่าๆกลับไปบ้างว่า “เบอร์นี้ที่โทรมาซ้ำๆกันใช่รึเปล่า” “จะโทรมาทำเบื้อกอะไรกันมากมายวะ!” … อะไรทำนองนั้น  จนสุดท้ายพวกมันก็ยังโทรกระหน่ำเข้ามาจนผมทนไม่ไหว ก็เลยปิดเครื่องไป

เพื่อนผมพยายามเสนอให้โทรไปหา Operator DTAC เผื่อมันจะช่วยได้เหมือนเคส หลงป่า บ้าง แต่สุดท้าย Operator บอกว่าถ้าจะบล็อคเบอร์ก็จะบล็อคได้แค่ 20 เบอร์ + มีค่าใช้จ่ายรายเดือน …

อ่านถึงตรงนี้มีทฤษฎีอะไรกันบ้างครับ ???

หลังจากนั้นระหว่างนั่งรถไฟฟ้า BTS กลับมา ผมก็เอะใจคิดทฤษฎีใหม่ได้นิดหน่อย …..  ผมเลยคิดจะปลอมตัวเป็นไอ่คุณ xxxx ดีกว่า หลอกถาม เผื่อจะรู้ได้บ้างว่าเอาเบอร์มาจากไหน มาจาก “เว็บ” อะไร ว่าแล้วหลังจากเปิดเครื่องได้ไม่ถึง 11 วินาที ก็มีสายเข้ามาทันที = =’’

U: ฮัลโหล

G: ครับ xxxx พูดครับ

U: (งง) … ขอโทษครับ โทรผิด

G: เด๋วๆๆๆๆ! แป๊บนึงครับพี่

U: ครับ

G: คือว่ามีคนโทรเข้ามาที่เบอร์นี้เยอะมากเลย ได้เบอร์มาจากไหนเหรอครับ

U: อ่อ … ก็ เค้าส่งๆต่อๆกันมา

G: ส่งต่อมา ? ยังไงเหรอครับ ?

U: ก็ … พวกห้องแชทอะไรนี่น่ะ

G: เอ่อ ….. เกี่ยวกับพวก “ผู้หญิง” อะไรแบบนี้รึเปล่าครับ

U: ครับ …

G: อ่อ … ครับ ถ้างั้นพี่ช่วยแก้ข่าวให้หน่อยได้รึเปล่าครับ คงมีคนเอาเบอร์ผมไปแกล้งน่ะ

U: ครับ ได้ครับ

G: ขอบคุณมากครับ

สมมติฐานผมถูก ตรงนี้ถือว่าเข้าใจตรงกันนะครับ ว่าไอคุณโรคจิตคนแรก เค้าเอาเบอร์ผมไปทำ “อะไร” ใน “แชมรูม”

นับว่าในแดนคนตาบอด คนที่มีตาเดียวคือพระราชา ….. เอ้ย! ไม่ใช่! หมายถึงก็ยังมีคนดีอยู่บ้าง หลังจากนั้นโทรศัพท์ก็เงียบไปเลยอย่างน่าอัศจรรย์ครับ …. อาจจะงงว่าโทรศัพท์เงียบมันวิเศษตรงไหน แต่ถ้าคุณอยู่ตรงนั้นคุณจะรู้สึกแบบผมครับ TvT

ต่อจากนั้นมา คืนนั้นก็มีโทรศัพท์เข้ามาตอนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสาม หกโมง เจ็ดโมง เบอร์เดียวกัน … ผมเลยเมสเสจกลับไปว่า “ผิดคนแล้ว มีคนเอาเบอร์ผมไปแกล้ง” แล้วฝั่งนั้นก็เงียบไป

จบเหตุการณ์นี้ผมสยองกับสังคมไทยมากเลยครับ ถึงวันนี้จะตั้งชื่อเรื่องว่าจัดการโทรศัพท์โรคจิต แต่จริงๆแล้วผมไม่ได้จัดการเอาเรื่องอะไรกับมันเลย ทำงานแล้วเวลาก็ไม่ค่อยจะมี ประกอบกับผมคิดว่าตำรวจไทยก็คงพึ่งอะไรไม่ได้เท่าไหร่ ถ้ามันเอาเบอร์ผมไปโพสต์ตามเว็บบอร์ด ผมอาจจะได้รับผลประโยชน์จาก พรบ.ใหม่ (ซึ่งเก็บหลักฐานนาน) ในการลากคอคนที่มันโพสต์มาจัดการซักหน่อย แต่พอมันเป็นของแบบในแชทรูมแบบนี้แล้วผมก็คิดว่าโอกาสมันคงน้อยกว่า + ไม่อยากเปลืองเวลา เปลืองตัว หยุดโทรมาผมก็โอเคแล้ว

ปลสน. เหตุการณ์ทำนองนี้มันทำนองเดียวกับ DDoS (Distributed Denial of Service) คือมี peer โง่ๆ จำนวนมากโจมตีมาที่จุดเดียว เป็นที่มาของชื่อเรื่องภาษาอังกฤษของวันนี้ครับ :)

Tags: ,

Jun 4 2009

เฟรนด์ชิปหายไปไหน ?

Category: Lifem3rLinEz @ 21:01

P1020006

(รูปจากวันปัจฉิม ต.อ.65)

ผมได้แชร์ข้อสังเกตของผมกับเพื่อนหลายคนครับ ว่าสมัยก่อนเวลาเราจะเรียนจบหรือว่าปิดค่าย หรืออะไรก็ตามแต่ จะมีการเขียนเฟรนด์ชิปให้กัน แต่ตอนที่ผมจบจากวิศวฯมาผมแทบไม่เห็นเฟรนด์ชิปปลิวว่อนไปมาเหมือนแต่ก่อนเลย …

ถ้าจะลองเดาดูเล่นๆ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนมีเพื่อนน้อยอยู่แล้ว อาจจะไม่มีคนส่งให้เขียน … ก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นเพราะคนที่เรียนระดับมหาวิทยาลัยก็โตๆกันแล้ว ไม่ได้เข้าเรียนด้วยกันเสมอ อาจจะไม่ได้สนิทกันมากก็เลยไม่เขียน … ก็ไม่แปลก

แต่หลังจากสังเกตคนรอบๆตัว ทั้งน้องสาว ลูกพี่ลูกน้อง และอื่นๆ ต่างไม่มีคนใช้เฟรนด์ชิปเลย น่าแปลกที่ตอนสมัยประถม – ม.ปลาย ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ผมจึงคิดว่านี่คงไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดเฉพาะกับระดับมหาวิทยาลัยแล้วล่ะมั้ง ...

หลังจากลองนั่งคิดดูแล้วก็สรุปได้ว่า อาจเกิดจากสาเหตุหลัก คือ เรื่องความก้าวหน้าของการสื่อสารในปัจจุบัน

ยุคโทรศัพท์มือถือ

  • คิดถึงอยากคุย โทรไปก็ได้ยินเสียง นัดไปกินข้าว
  • วันเกิด ส่งเมสเสจไปหน่อย
  • ค่าโทร โปรบุฟเฟต์ คุยกันให้ตายไปข้างนึงเลย

ยุค Hi5 – Facebook

  • แต่งหน้าโปรไฟล์ แสดงความเป็นตัวตนด้วย JavaScript และ litter … เอ้ย … glitter
  • คิดถึงก็ไปเม้นท์ๆ มิสๆ ซะหน่อย ไม่มีอะไรก็ใส่เข้าไปเถอะ คิดถึง เป็นไงบ้าง เรียนไรอยู่ บลา บลา
  • ไปเที่ยวด้วยกันมาก็ต้องเอารูปมาอวดแล้ว tag หน้าตัวเองซะหน่อย
  • ว่างๆก็ไปช่วยมันขายอาหารใน Restaurant City หรือไปช่วยปล้นธนาคารใน Mafia Wars

ยุค 3G

  • คุยกันก็เห็นบรรยากาศรอบๆได้ เทอๆ หน้าเหี่ยวไปแค่ไหนแล้ว ..
  • “ตอนนี้อยู่ที่ไหน ??” …. (ถ้าจะมีเทคโนโลยีโกง นอกจากจะต้องจัดการเสียงรอบข้างแล้ว ยังต้องใช้ Image Processing จัดการภาพพื้นหลังด้วย!)
  • …….(เติมคำในช่องว่าง)

สรุปได้โดยง่ายว่า คนในยุคปัจจุบันนั้น Stay Connected ครับ

เฟรนด์ชิปจึงสูญพันธ์ด้วยประการฉะนี้ …

ปล. แรงบันดาลใจในการเขียนของผม คืออยากเขียนเรื่องให้มันเข้ากับรูปด้านบนเท่านั้นแหละ ฮาาา

Tags: , , ,

May 21 2009

แฟมิลี่หมูกะทะ

Category: Lifem3rLinEz @ 01:56

ประชุมชมรม เหมือนกับว่าจะโดนกระตุ้นโดย @กร สนับสนุนโดยประธาน @ปันปัน แต่กรดันต้องไปรับใช้ชาติ ขาดประชุมซะงั้น คนอื่นๆไม่ยอมมา เหอะๆ (ปันแอบบอกด้วยว่าจัดเนื่องในโอกาส @จีโนม ออกจากชมรม และ @ยิ้ง เข้าชมรมครับ :P)

ผู้เข้าร่วม: ปัน จีโนม ยิ้ง กอล์ฟเกม ต้น (ซ้ายไปขวา) และ แก๊น กับ โอปอล (ไม่อยู่ในรูป)

PIC_0424

เดินทางไปร้านได้ง่ายมากครับ ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี ออกทางออก 1 เดินตรงออกไปที่ถนนแล้วเลี้ยวซ้ายมาเจอเลย ขอตั้งขอสังเกตดังนี้

  • เป็นร้านหมูกะทะที่หลายคนแนะนำมาครับ ดูรูปใน Pantip แล้วน่ากินมาก
  • ราคาตอนนี้กลายเป็น 109++ (หมู) และ 199++ (ทะเล) แล้ว
  • น้ำแพง (น้ำเปล่าขวดแก้ว 22 โค้ก 69) น้ำแข็์งแพง (ถัง 59) ห้ามกินเหลือ (กุ้งเหลือตัวละ 20) เปลี่ยนกะทะ 20 บาท
  • แต่นั่งนานเท่าไหร่ก็ได้นะ
  • ไฮไลท์ก็มีกุ้งครับ ตัวไม่ใหญ่เท่าไหร่ แกะยากมาก ส่วนหนึ่งเพราะมันร้อนด้วยแหละ
  • เป็นครั้งแรกที่ผมได้กินกุ้งกะทะ(ตะแกรง) หลังจากที่อยากลองมานาน ตะแกรงย่างไฟแรงช่วงแรกๆ แต่หลังๆย่างช้ามาก Productivity เข้าใกล้ศูนย์
  • โอปอลพยายาม ย่าง ปู มาก
  • เกิดการเปรียบเทียบกับชาบูชิโดยเพื่อนๆของผม ผลที่ประชุมบอกว่าไม่คุ้มค่าพอครับ :P
  • ไปกัน 7 คน หารๆมาแล้วได้ประมาณ 270 บาท / คน

ส่วนตัวผมเองคิดว่า เป็นอะไรแปลกใหม่ดี 555+ ใครไม่เคยแนวนี้ และไม่อยากกินร้านปลาทอง (ใกล้สุดๆ) ลองๆดูนะ

สถาปัตยกรรมการกินหมูกระทะ

ช่วงแรกพวกผมมีปัญหากับการย่างกุ้งมากครับ จากกุ้งดิบๆ

Live-Prawn

เอามาผ่านกระบวนการย่าง

Process

ได้กุ้งสุก ที่ร้อนมากกกกกกกกกกกกก แกะแล้วลวกมือ

Dead-Prawn

พวกผมจึงแก้ปัญหาโดยเพิ่ม Layer เข้าไปอันนึง คือ Buffer พักกุ้ง ครับ! (เราเรียกมันว่า บัฟเฟอร์ จริงๆ)

กุ้งที่โดนย่างแล้วจะโดนพักไว้ที่ buffer ก่อนเพื่อลดความร้อนแรง หลังจากนั้นถ้ามี request เข้ามา ก็จะถูกโยนไปให้ buffer รับหน้าที่ครับ ผู้ request ก็จะได้รับ กุ้งที่ไม่ร้อนมาก กลับไป

Buffer

Source ->Live-Prawn -> Process  -> Buffer -> Consumer!

ปล. ขอสรุปว่า ที่ผมโพสต์นี่เพราะแค่อยากวาดรูปเล่นครับ! จบข่าว อย่าลืมชมว่าวาดสวยนะ :P

ปล2. ตอนนี้เริ่มปวดท้องคลื่นไส้ - -‘ แหวะ

Tags: , ,

May 13 2009

วิธี share EDGE/GPRS จาก Windows Mobile ให้ PC

Category: Lifem3rLinEz @ 01:58

สืบเนื่องจากวันนี้ ADSL จาก TOT .. มันทำตัวบัดซบอีกแล้ว (ฝนตกแล้วเป็นงี้ทุกทีให้ตายเหอะ -- ฝนไม่ตกก็เป็น) และระหว่างนอนฝันอยู่กลางดึกก็นึกขึ้นได้ว่า “เฮ้ย TeckChek TCP/IP มันหมดอายุวันนี้นี่หว่า!” .. เคยขอพี่เค้าเลื่อนเวลามาแล้วรอบนึง ครั้งนี้เลยไม่อยากกวนให้เค้าเลื่อนให้อีกรอบ >..< ไอ้เน็ตบ้าก็ใช้ไม่ได้ เลยได้ทดสอบ Windows Mobile เลย ขลุกขลักพอควร แต่ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องหาข้อมูลจาก internet!

จดไว้กันลืม

  • Windows Mobile 6
  • Windows Vista
    1. เข้า Control Panel ไป Network and Sharing Center ไรเทือกนั้น
    2. เลือก Add new network connection (ประมาณนี้)
    3. เลือก Bluetooth PAN
    4. หลังจากนั้นให้แน่ใจว่าเปิด BT ของโทรศัพท์ รวมทั้งตั้งให้มัน discoverable แล้วด้วย
    5. จะมีการทำ Pair เล็กน้อยตามสเตป
    6. หลังจากนั้นเมื่อกด connect จะพบความล้มเหลว >..< (อ้าว เฮ้ย!)
    7. ต้องไปเปิดโปรแกรม Internet Sharing ที่ WM ก่อน (Program แล้ว Internet Sharing)
    8. เลือก Connection เป็น BT แล้วกด Connect เครื่องจะต่อ EDGE/GPRS
    9. ทำสเตปเดิมที่ PC โดยการกด Connect อีกรอบ คราวนี้จะต่อได้
    10. ไป Disable LAN/Wifi ซะ จะได้มี connection อันเดียว ไม่งั้นมันจะเลือกใช้ทั้งสองอัน ทำให้ใช้เน็ตได้บ้างไม่ได้บ้าง ให้มันต่อผ่าน WM อย่างเดียว

เฮ้อ .. อยากเปลี่ยนไปใช้ ADSL เจ้าอื่นจังเลย แต่ก็ขี้เกี่ยดซะงั้น รอว่างๆก่อนเถอะ …. โทรศัพท์บ้านคนเค้าก็ไม่ใช้แล้ว (โชคดีที่ยังมีพวกบริษัท) ADSL ดันห่วยอีก จะเหลือเหรอวะครับเนี่ย ฮึ่ม …

Tags: , , ,